Pages

Showing posts with label การเดินทาง. Show all posts
Showing posts with label การเดินทาง. Show all posts

Thursday, October 1, 2020

เปิดกลยุทธ์ KTC และผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย Set Zero ปรับตัวอยู่รอดในยุคโควิด-19 - Brand Inside

oleholah.blogspot.com

KTC ปรับกลยุทธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว ปรับโฉม KTC World Travel Service ศูนย์บริการการเดินทางและการท่องเที่ยวสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC โดยใช้ 3 แกนหลัก คือ ซ่อม สร้าง และสนับสนุน

เจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ภาพรวมของบัตรเครดิต KTC ด้านธุรกิจการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน KTC จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ด้านธุรกิจท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่

โดยได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานของ KTC World Travel Service ศูนย์บริการการเดินทางท่องเที่ยวสำหรับสมาชิกบัตรเคริต KTC โดยใช้ 3 แกนหลัก ได้แก่ ซ่อม สร้าง และ สนับสนุน

  • ซ่อม เรียนรู้สิ่งที่ผ่านมาในอดีต ว่าอะไรที่ยังดีไม่พอ อะไรที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ทำความรู้จักลูกค้า ศึกษาความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก พัฒนาศักยภาพของทีมที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว สู่การให้บริการที่เป็นเลิศ
  • สร้าง พัฒนาช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกเพิ่มเติม จากเดิมที่เคยมีเพียงเว็บไซต์และคอลเซ็นเตอร์ ที่เปิดให้บริการเป็นเวลา ก็เปลี่ยนเป็นการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพราะถือว่าในช่วงนี้ลูกค้า และพันธมิตร ต้องการความช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษา ที่คอยให้คำแนะนำ
  • สนับสนุน ทำหน้าที่เชื่อมโยงความต้องการของตลาด และผู้ประกอบการ นำจุดแข็งที่มีมาให้บริการ ให้ลูกค้าได้ของที่มีคุณภาพมากที่สุด โดยเป็นพันธมิตรร่วมกับธุรกิจท่องเที่ยว เช่น สายการบิน บริษัทนำเที่ยว องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศ รถเช่า และแหล่งท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว
Bangkok Thailand COVID-19
ภาพจาก Shutterstock

ผู้ประกอบการ “ท่องเที่ยว” ปรับกลยุทธ์สู้โควิด

นอกจาก KTC จะปรับกลยุทธ์การให้บริการ โดยใช้แนวคิด ซ่อม สร้าง และสนับสนุน KTC ยังมีการจัดงานเสวนาพิเศษ “ฝ่าวิกฤตธุรกิจท่องเที่ยวไทยหลัง Set Zero” ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สนท.) Local Alike สมาคมการค้าธุรกิจที่พักไทย (TBAA) และโรงแรมโฮเทล ทรานซ์

โดยในขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 เป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลัก โรงแรมแต่ละแห่งมีทุนสำรองเหลืออยู่เพียง 3 เดือน แต่สถานการณ์โควิด-19 อยากยาวไปจนถึงช่วงสงกรานต์ปีหน้า โดยความท้าทายของโรงแรมคือ จะทำอย่างไรให้มีกระแสเงินสดกลับเข้ามา โดยไม่ต้องลดคุณภาพการให้บริการของลูกค้า รวมถึงต้องมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ด้วย

โรงแรมโฮเทล ทรานซ์ หนึ่งในผู้ประกอบการโรงแรมในกรุงเทพมหานคร เล่าว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กลางเดือนมีนาคม มีผู้ยกเลิกการเข้าพักจำนวนมาก จนต้องตัดสินใจปิดโรงแรมชั่วคราวในเดือนเมษายน ซึ่งหลังจากคลายล็อคดาวน์แล้ว จึงกลับมาเปิดโรงแรมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้มีผลตอบรับที่ดีมากขึ้น และมีผู้เข้าพักประมาณ 30%

แต่ทั้งนี้โรงแรมเองก็ต้องมีการปรับตัวด้วยเช่นกัน เช่น การเปลี่ยนจากการเสิร์ฟอาหารแบบบุฟเฟต์ เปลี่ยนเป็นการเสิร์ฟแบบรายคนแทน

นอกจากนี้ โรงแรมหลายแห่งยังปรับกลยุทธ์เปลี่ยนโรงแรมให้เป็น State Quarantine ทำ Co-Working Space ให้เช่าทำงานในตอนกลางวัน หรือใช้แนวคิด Staycation ดึงดูดลูกค้าให้เข้าพักตอนกลางวัน เน้นการถ่ายรูป รับประทานอาหาร แล้วโพสต์ลง Social ต่างๆ รวมถึงปรับกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้ารายวัน เป็นลูกค้ารายเดือนแทน ถึงรายได้จะไม่มาก แต่ก็ยังสามารถทำให้อยู่รอดได้

ส่วนในเชิงการท่องเที่ยวชุมชนก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ชุมชนต้องทำความเข้าใจว่าสินค้าการท่องเที่ยวคืออะไร และต้องสร้างผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวให้มีมากกว่า 1 อย่างในชุมชน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
October 01, 2020 at 07:00PM
https://ift.tt/33jH9rK

เปิดกลยุทธ์ KTC และผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย Set Zero ปรับตัวอยู่รอดในยุคโควิด-19 - Brand Inside
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Tuesday, September 29, 2020

ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยว ไตรมาส 3 สูงกว่าคาด ลุ้นมาตรการรัฐ หนุนโค้งสุดท้าย ปี 63 ฟื้น • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

oleholah.blogspot.com

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 60 สูงกว่าที่ผู้ประกอบการได้คาดการณ์ไว้เมื่อไตรมาส 2/63 ที่ 37 สะท้อนสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมาและดีกว่าที่คาดไว้มาก

แต่ยังถือว่าต่ำกว่าช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 62 ที่อยู่ที่ 91 เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั้งของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ทำให้ผลประกอบการของธุรกิจท่องเที่ยวยังคงหดตัวสูงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในไตรมาส 4/63 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์อยู่ที่ 63 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นกว่าไตรมาสนี้เล็กน้อย และยังคงคาดว่าผลประกอบการอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก เนื่องจากคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 5 หมื่นคน ลดลง 99.52% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 62 และทำรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4,500 ล้านบาท ลดลง 99.11%

ขณะที่คาดว่าเมื่อสิ้นปี 63 ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งประมาณ 6.74 ล้านคน ลดลง 83.07% จากปี 62 และจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 336,513 ล้านบาท ลดลง 82.59% จากปี 62 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในไตรมาส 4/63

นายชัยรัตน์ กล่าวถึงแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐเป็น 3 กลุ่มดังต่อไปนี้

1.การเรียกร้องเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยแบ่งเป็น

1.1 รัฐบาลควรส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ

1.2 ควรจัดตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวหรือกองทุนฟื้นฟูผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ

1.3 การกระตุ้นอุปสงค์การท่องเที่ยวในประเทศ และสนับสนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศแบบเป็นคณะ

2.การเรียกร้องเพื่อยกระดับโครงสร้างของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

2.1 ส่งเสริมการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Re – Business Model) ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และส่งเสริมการ Upskill – Reskill สำหรับแรงงานให้สอดรับกับสถานการณ์และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ

2.2 การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ให้เหมาะกับการรับนักท่องเที่ยวและการเดินทาง

2.3 การปรับกลุ่มเป้าหมายด้านตลาดท่องเที่ยวของประเทศ

2.4 การส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

3.การเรียกร้องด้านกฎระเบียบข้อบังคับ

3.1. การทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย และยกเว้นค่าธรรมเนียม/ภาษี บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว

3.2 มาตรการเพื่อการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการต้องมีความต่อเนื่อง

3.3 มาตรการช่วยเหลือแรงงานในภาคอุตสาหกรรมท่องที่ยวและบริการ ที่ยังคงได้รับผลกระทบจกการปิดประเทศ โดยเฉพาะอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้แก่ มัคคุเทศก์และคนขับรถเที่ยว

นายชัยรัตน์ ระบุว่า หากรัฐบาลให้การสนับสนุนและช่วยเหลือตามมาตรการข้างต้นจะทำให้อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 30, 2020 at 10:29AM
https://ift.tt/3cK8RRC

ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยว ไตรมาส 3 สูงกว่าคาด ลุ้นมาตรการรัฐ หนุนโค้งสุดท้าย ปี 63 ฟื้น • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

การบินไทยเหินหาวตุลา 15 เที่ยว - ไทยรัฐ

oleholah.blogspot.com

นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยให้บริการเที่ยวบินพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง อาทิ ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในยุโรป ฮ่องกง และไต้หวัน ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศเพื่อกลับไปพบครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ โดยจัดเที่ยวบินพิเศษ รวม 15 เที่ยวบิน ในเดือน ต.ค.2563

ได้แก่เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลอนดอน จำนวน 4 เที่ยวบิน, เส้นทาง กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน จำนวน 4 เที่ยวบิน, เส้นทางกรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม จำนวน 1 เที่ยวบิน, เส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง จำนวน 2 เที่ยวบิน, เส้นทาง กรุงเทพฯ-ไทเป จำนวน 4 เที่ยวบิน

โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารเที่ยวบินพิเศษทั้ง 5 เส้นทางดังกล่าว เป็นบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว มีที่นั่งจำนวนจำกัด ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรโดยสารเดิม หรือบัตรโดยสารรางวัล ROP ในเที่ยวบินพิเศษนี้ได้ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง ออกบัตรโดยสาร พร้อมกรอกข้อมูลการเดินทางตามข้อกำหนดของสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน ฮ่องกง และไต้หวัน นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ทำการขนส่งสินค้าในเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับด้วย สำหรับเที่ยวบินขากลับ ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง ผู้โดยสารในเมืองข้างต้นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนก่อนการเดินทาง หรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 30, 2020 at 07:56AM
https://ift.tt/33c4DyK

การบินไทยเหินหาวตุลา 15 เที่ยว - ไทยรัฐ
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Sunday, September 27, 2020

ลุ้น "ศบค." เคาะวันนี้! วีซ่าพิเศษ STV ปลดล็อก นทท.ต่างชาติ เข้าเที่ยวไทย - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

oleholah.blogspot.com

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 28 ก.ย.63)​ ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน จะมีการหารือวาระสำคัญในการพิจารณาขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ออกไปอีก 1 เดือน

นอกจากนี้ จะพิจารณาหลักเกณฑ์การเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) ที่ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยมีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรัดกุม

และมีข้อปฏิบัติก่อนการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ,ทำประกันสุขภาพประกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของรัฐบาล ,แจ้งข้อมูลกับบริษัทผู้ประสานงานก่อนการเดินทาง ทั้งโปรแกรมการเดินทางและกำหนดการที่อยู่ในประเทศไทย ผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อ ตั๋วเครื่องบินทั้งมาและกลับ ลงนามในหนังสือยินยอมยืนยันการปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐบาลไทยกำหนด ฯลฯ โดยเมื่อเดินทางถึงไทยแล้ว จะต้องมีการกักตัว 14 วัน

สำหรับรูปแบบการเดินทาง นักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) จะเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำขนาดเล็ก หรือ เครื่องบินส่วนตัว ทุกเที่ยวบินจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศปก.กต. หรือ ศปก.ศบค.

ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประมาณการรายได้จากจำนวนนักท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1,200 คนต่อเดือน รายได้อยู่ที่ 1,030,732,800 บาท และคาดว่า 1 ปี จะมีนักท่องเที่ยว 14,400 คน โดยประมาณการรายได้ 12,368,793,600 บาท

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 28, 2020 at 10:28AM
https://ift.tt/3kTmIrv

ลุ้น "ศบค." เคาะวันนี้! วีซ่าพิเศษ STV ปลดล็อก นทท.ต่างชาติ เข้าเที่ยวไทย - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Friday, September 25, 2020

2 สายการบินยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น จ่อฟื้นเที่ยวบิน หลังจีนผ่อนข้อจำกัดเดินทาง - Businesstoday

oleholah.blogspot.com

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สายการบินชั้นนำของญี่ปุ่น 2 รายจะกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางบินบางเส้นทางที่เชื่อมระหว่างญี่ปุ่นและจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งในเร็ววัน หลังจีนประกาศผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการเดินทางของประเทศ

จนถึงปัจจุบัน มีสายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์ส (All Nippon Airways) และสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส (Japan Airlines) ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดให้บริการเส้นทางบินรายละ 1 เส้นทางไปยังจีน

โดยสายการบินเจแปน แอร์ไลน์สได้รับอนุญาตให้บินระหว่างท่าอากาศยานนาริตะใกล้กรุงโตเกียว และท่าอากาศยานในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ขณะที่สายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์สได้รับอนุญาตให้ให้บริการแบบจำกัดระหว่างเมืองนาริตะและมหานครเซี่ยงไฮ้

- Advertisement -

อย่างไรก็ดี สายการบินออล นิปปอน แอร์เวย์สจะขยายบริการไปยังเมืองชิงเต่าในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน และนครกว่างโจวในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธ (30 ก.ย.) เป็นต้นไป ขณะที่สายการบินเจแปน แอร์ไลน์สจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินไปยังกว่างโจว ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ข้อจำกัดการเดินทางที่ผ่อนปรนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับบรรดานักธุรกิจ เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งดำเนินธุรกิจในจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของประเทศ

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่ากำลังพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศของนักเดินทางจากทั่วโลกในเดือนตุลาคม โดยแผนการดังกล่าวจะยังไม่ครอบคลุมนักท่องเที่ยวทั่วไป

ปัจจุบันญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้ประชาชนจาก 159 ประเทศและภูมิภาคเดินทางเข้าประเทศ แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาแผนการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศได้ 1,000 คนต่อวัน โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ประสงค์จะพำนักในประเทศเป็นเวลามากกว่า 3 เดือน เนื่องจากญี่ปุ่นจะเริ่มพิจารณาการผ่อนปรนข่อจำกัดเข้าประเทศเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นจะพิจารณาการเดินทางเข้าประเทศของบุคคลบางกลุ่ม เช่น ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ครูอาจารย์ และผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะพำนักในญี่ปุ่นระยะยาวด้วยเช่นกัน

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 26, 2020 at 03:09AM
https://ift.tt/3mPFVMu

2 สายการบินยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น จ่อฟื้นเที่ยวบิน หลังจีนผ่อนข้อจำกัดเดินทาง - Businesstoday
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Thursday, September 24, 2020

ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของการพัฒนากรุงเทพฯ - อาร์วายที9

oleholah.blogspot.com
ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของการพัฒนากรุงเทพฯ สู่สมาร์ทซิตี้

กรุงเทพฯ--25 ก.ย.--เวเบอร์ แชนด์วิค

องค์การสหประชาชาติได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 ประชากรในกรุงเทพฯ จะเพิ่มขึ้นกว่า 12 ล้านคน (ข้อมูลล่าสุด กรุงเทพฯ มีประชากรทั้งสิ้น 5.6 ล้านคน สำนักทะเบียนกลาง ) การคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติจึงเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ สำหรับหนึ่งในมหานครที่มีความคึกคักที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าการเติบโตในระดับนี้และการดึงดูดคนเข้ามาในเมืองมีข้อดีหลายอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างปัญหาการจราจร โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สามารถรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นได้ ระบบการเงินที่ทุกคนไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกภาคส่วน และสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง รวมไปถึงระบบขนส่งมวลชนหากไม่มีการการวางแผนและการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้ประชาชนเลือกที่ใช้บริการระบบขนส่งมวลชนน้อยลง ซึ่งส่งผลให้การจราจรในเมืองหนาแน่นขึ้น มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสถานีและเส้นทางบริการขนส่ง BTS และ MRT ให้เพิ่มยิ่งขึ้นกว่าที่มีอยู่ การต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วที่ห้องจำหน่ายตั๋วทำให้เกิดความล่าช้า และการขนส่งคนจำนวนมากไปตามเครือข่ายเส้นทางขนส่งเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง

นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ กรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งใน 'เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ’ ที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองเหล่านี้จะมีการเชื่อมต่อ โดยการใช้บิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีชั้นนำต่างๆ เพื่อช่วยให้การใช้ชีวิตพื้นฐานของผู้คนง่ายขึ้น และปูทางสำหรับการพัฒนาเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะอย่างยั่งยืนต่อไป

ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ ถือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนก็ว่าได้

ความหมายของเมืองใหญ่มักเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชน (เช่น ลอนดอนหรือโตเกียว) แต่สำหรับเมืองอัจฉริยะ ระบบการเดินทางขนส่งถือเป็นตัวกลางสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อองค์ประกอบต่างๆ ที่วุ่นวายในเมืองใหญ่เข้าด้วยกัน ในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยลดความแออัดในการเดินทาง ลดจำนวนประชากรที่ต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในย่านใจกลางเมือง CBD และช่วยให้คนที่เข้าอยู่อาศัยใหม่ในเมืองปรับใช้ระบบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

สำหรับเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ ระบบขนส่งมวลชนไม่ใช่ระบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่กลับเป็นเครือข่ายที่ 'มีชีวิต’ สามารถตอบสนองการเดินทางที่มีความคล่องตัวได้ตลอดเวลา ผู้เดินทางจ่ายเงินแบบไร้สัมผัสแบบข้ามเครือข่ายผู้ให้บริการขนส่งซึ่งเชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางที่หลากหลาย ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกทั่วเมือง และเพื่อให้ระบบการเดินทางแบบนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด การจ่ายค่าเดินทางแบบ 'open-loop’ จะเป็นระบบมาตรฐานที่ดีที่สุด เพราะเป็นระบบที่ผู้โดยสารไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่วิธีการจ่ายเงินแบบใดแบบหนึ่งกับการบริการในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง แต่กลับสามารถจ่ายได้ทุกเครือข่ายการเดินทางไม่ว่าจะด้วยบัตรคอนแทคเลส สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ

วิธีดังกล่าวถูกนำไปใช้แล้วในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกและให้ผลที่น่าพอใจแก่ผู้ให้บริการระบบขนส่งในแง่ของประสิทธิภาพ พร้อมให้ประสบการณ์การเดินทางที่น่าพอใจแก่ผู้เดินทางเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น มาสเตอร์การ์ดได้ช่วยวางระบบจ่ายเงินแบบ open-loop แก่มหานครลอนดอน จนสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึงปีละ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ เพียงนำวิธีใหม่ในการจ่ายค่าตั๋วเดินทางมาใช้ และที่แวนคูเวอร์ ภายใน 2 เดือนหลังจากวางระบบและใช้วิธีการจ่ายค่าตั๋วแบบ open-loop มีผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนหันมาใช้วิธีการจ่ายแบบคอนแท็คเลสเป็นจำนวนถึงหนึ่งล้านคน จากเดิมที่ไม่มีผู้ใช้เลย

ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะแบบ open-loop นี้ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถรวบรวมข้อมูล และนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงระบบการจัดการได้อย่างต่อเนื่อง (เช่น จัดตารางเวลาการเดินรถให้เหมาะกับจำนวนผู้โดยสาร) อีกทั้งยังช่วยให้รัฐบาลรับรู้ถึงการเดินทางของประชาชนในเมือง ซึ่งเป็นข้อมูลให้รัฐจัดการวางผังเมืองและบริการอื่นๆได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สำหรับกรุงเทพฯ การปรับเปลี่ยนการขนส่งมวลชนในภาพใหญ่นั้น จะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่ากรุงเทพฯ จะสามารถรองรับการขยายเมือง และมีระบบที่ยั่งยืนที่ทุกคนสามารถได้รับประโยชน์ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางได้ดีขึ้น

เมื่อต้นปีนี้ มาสเตอร์การ์ดได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล “ดีป้า” (depa) เพื่อช่วยพัฒนา 27 จังหวัดนำร่องของไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะในเครือข่าย City Possible ณ ปัจจุบัน มีจังหวัดที่เข้าร่วมในเครือข่าย City Possible แล้วทั้งหมด 40 จังหวัด สำหรับ City Possible ริเริ่มโดยมาสเตอร์การ์ดเป็นความร่วมมือและความคิดริเริ่มร่วมกันเพื่อนำเมืองใหญ่ต่างๆ ธุรกิจและชุมชนมาร่วมกันชี้เป้าความท้าทาย พร้อมกับร่วมกันคิดหาทางแก้ที่จะทำให้การพัฒนาเมืองมีความยั่งยืนและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยใช้บทเรียนและประสบการณ์จากเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกเช่น ลอนดอน นิวยอร์ค ซิดนีย์ สิงคโปร์ และเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งนำระบบการจ่ายเงินแบบดิจิทัลที่เป็น open loop มาใช้ข้ามเครือข่ายผู้ให้บริการเส้นทางขนส่งอย่างเต็มรูปแบบและยังคงตอบสนองความต้องการเฉพาะในแต่ละเมืองได้ ทั้งนี้ ในปี 2019 มาสเตอร์การ์ดเป็นเครือข่ายการจ่ายเงินข้ามประเทศรายแรกที่ร่วมมือกับหน่วยงานการขนส่งทางบกของสิงคโปร์ (Land Transport Authority – LTA) เพื่อเปิดตัว SimplyGo ซึ่งช่วยให้ผู้เดินทางสามารถจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชนสาธารณะด้วยโมบายล์วอลเล็ต อุปกรณ์แบบสวมใส่ และบัตรคอนแทคเลส ด้วย

ระบบที่ใช้วิธีการจ่ายเงินเดียวกับทุกเครือข่ายการเดินทางเป็นทางเลือกที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยี หน่วยงานด้านการเดินทางและเครือข่ายผู้ให้บริการกำลังเร่งนำระบบดังกล่าวมาใช้ทั่วโลก ผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และผู้ที่มาเยือนสามารถมั่นใจได้ว่า เมื่อกรุงเทพฯ พัฒนาสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ การจ่ายเงินเพื่อเดินทางจะยิ่งสะดวกราบรื่นและปลอดภัย เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ด้านของชีวิตในเมืองใหญ่

เกี่ยวกับมาสเตอร์การ์ด (NYSE: MA), www.mastercard.com
มาสเตอร์การ์ด เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการชำระเงิน เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้ครอบคลุมและเป็นประโยชน์แก่คนทุกคนในทุกพื้นที่ โดยการทำให้ธุรกรรมการเงินเป็นเรื่องปลอดภัย สะดวก และเข้าถึงได้ ด้วยข้อมูลที่ปลอดภัยและเครือข่ายพันธมิตร ทำให้เรามีนวัตกรรมและโซลูชั่นต่างๆ ที่สามารถช่วยบุคคลทั่วไป สถาบันการเงิน รัฐบาล และธุรกิจให้ตระหนักถึงศักยภาพของตัวเอง การทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อคนในองค์กร คือวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนทั้งภายในและภายนอกองค์กรของเรา ด้วยเครือข่ายในกว่า 210 ประเทศและพื้นที่ เราได้สร้างโลกที่ยั่งยืนและปลดล็อคความเป็นไปได้ในหลายๆ ด้าน


Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 25, 2020 at 08:53AM
https://ift.tt/3cv4h9v

ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของการพัฒนากรุงเทพฯ - อาร์วายที9
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Wednesday, September 23, 2020

AOT ยืดเวลาช่วยผู้ประกอบการ-สายการบินจากโควิด เป็นสิ้นสุด 31 มี.ค.65 - efinanceThai

oleholah.blogspot.com

ลักษณะธุรกิจของ AOT
ทอท.ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยธุรกิจหลักประกอบด้วย การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งนี้ ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 24, 2020 at 09:12AM
https://ift.tt/3mOPviA

AOT ยืดเวลาช่วยผู้ประกอบการ-สายการบินจากโควิด เป็นสิ้นสุด 31 มี.ค.65 - efinanceThai
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Monday, September 21, 2020

ปภ. แนะเตรียมอุปกรณ์ประจำรถให้พร้อม ในการเดินทางช่วงฤดูฝน - เชียงไหม่นิวส์

oleholah.blogspot.com

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนผู้ขับขี่ขับรถด้วยความระมัดระวังในช่วงฤดูฝน เตรียมอุปกรณ์ประจำรถให้พร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย ใบปัดน้ำฝนไม่เสื่อมสภาพ สัญญาณไฟมีแสงส่องสว่างทุกดวง ยางรถยนต์ต้องยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดี ระบบเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อ
การเกิดอุบัติเหตุ

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การขับรถในช่วงฤดูฝน มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ เนื่องจากถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง ไม่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะผู้ขับขี่เตรียมพร้อมอุปกรณ์ประจำรถ ให้พร้อมขับรถในช่วงฤดูฝน ดังนี้ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทุกปี เลือกใช้ใบปัดน้ำฝนที่มีขนาดเหมาะสมตามมาตรฐานที่รถกำหนด ยางปัดน้ำฝนต้องสามารถกวาดน้ำได้สะอาด ไม่มีรอยขุนมัว เนื้อยางไม่แห้งกรอบและไม่มีเสียงดังขณะใช้งาน พร้อมตรวจสอบสัญญาณไฟให้มีแสงไฟส่องสว่างทุกดวง ทำความสะอาดโคมแก้วครอบสัญญาณไฟไม่ให้มีคราบขุ่นปรับตั้งแสงไฟให้ส่องในที่เหมาะสม และอยู่ในระดับเดียวกันทั้ง 2 ข้าง เลือกใช้ไฟหน้าที่มีแสงสีเหลืองจะส่องสว่างได้มากกว่า

รวมถึงหมั่นตรวจสอบลมยางและสภาพยางอยู่เสมอ ยางต้องไม่มีรอยปริแตก ปูด บวม ดอกยางละเอียด ร่องยางลึก เติมแรงดันลมยางให้มากกว่าปกติ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำ ผ้าเบรกไม่สึกหรอและมีความหนาเพียงพอที่จะได้หยุดรถได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกทุกระยะทาง 20,000–40,000 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 1-2 ปี ระบบเบรกต้องไม่มีเสียงดัง รถไม่มีอาการปัดและไม่มีรอยรั่วซึมของน้ำมันเบรก หากระบบเบรกชำรุดหรือมีอาการผิดปกติ ให้นำรถไปตรวจสอบและซ่อมแซมทันที ทั้งนี้ การขับรถในช่วงฤดูฝน ควรตรวจเช็คความพร้อมสำหรับการใช้รถรวมถึงอุปกรณ์ประจำรถให้พร้อม จะทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 22, 2020 at 10:07AM
https://ift.tt/2ZZquHH

ปภ. แนะเตรียมอุปกรณ์ประจำรถให้พร้อม ในการเดินทางช่วงฤดูฝน - เชียงไหม่นิวส์
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

โปรดวางแผนการเดินทาง ! อาทิตย์ที่ 27 กันยายน นี้ มีการสอบ ก.พ. มีผู้เข้าสอบกว่า 35,000 คน 15 สนามสอบทั่วเชียงใหม่ - เชียงไหม่นิวส์

oleholah.blogspot.com

จราจรเชียงใหม่ รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมกรข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) จัดให้มีการสอบเพื่อวัดความรู้ ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ประจำปี 2563 ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้าสอบประมาณ 35,000 คน คาดว่าจะส่งผลกระทบกับการจราจรโดยจะมีการสอบ 15 สนามสอบ ดังนี้

1. โรงเรียนนวมินทราชูทิศ (จำนวนผู้ข้าสอบทั้งหมด 1,586 คน)
2. โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3,743 คน)
3. วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3,030 คน)
4. วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการเชียงใหม่ (น้ำคือ) (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 2,518 คน)
5. โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 2,179 คน)
6. วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีธนาพณิชยการเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 2,966 คน)
7. โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 1,342 คน)
8. โรงเรียนมฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3,190 คน)
9. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยลัยเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 2,098 คน)
10. โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3,354 คน)
11. โรงเรียนหอพระ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 1,622 คน)
12. วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 1,630 คน)
13. มหาวิทยาลัยการกีฬแห่ชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 1,578 คน)
14. วิทยลัยเทคนิคเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 1,958 คน)
15. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (จำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 986 คน)
จราจรเชียงใหม่ประชาสัมพันธ์ฝากวางแผนการเดินทางหรือเผื่อระยะเวลาการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว

แผนที่สนามสอบทั้ง 15 สนามสอบ คลิกเลย https://1th.me/Paipe

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 22, 2020 at 09:38AM
https://ift.tt/35UXHrw

โปรดวางแผนการเดินทาง ! อาทิตย์ที่ 27 กันยายน นี้ มีการสอบ ก.พ. มีผู้เข้าสอบกว่า 35,000 คน 15 สนามสอบทั่วเชียงใหม่ - เชียงไหม่นิวส์
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Sunday, September 20, 2020

BEM ขอบคุณคนไทยการ์ดไม่ตก พร้อมลุยต่อ “สร้างความมั่นใจ-ปลอดภัย-เคียงข้างทุกการเดินทาง” - ประชาชาติธุรกิจ

oleholah.blogspot.com

นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อผู้คนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยเอง ทำให้คนไทยต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองกันอย่างเต็มที่ ทั้งสวมหน้ากากเมื่อออกจากบ้าน  ใช้แอลกอฮอล์ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างเมื่อต้องออกไปในพื้นที่สาธารณะ

เช่นเดียวกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด หรือ BEM ผู้ให้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้า MRT ที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยการเดินหน้าเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ นำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดมาใช้ในทุกขั้นตอนการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน และจะยังคงมุ่งมั่นทำต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ

ปลอดภัย มั่นใจ เคียงข้างทุกการเดินทาง

เพราะรถไฟฟ้า MRT เป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตของคนกรุง BEM จึงต้องห่วงใยและให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  จากประกาศมาตรการของภาครัฐ โดย ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า 

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า มีความจำเป็นต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะช่วยอำนวยความสะดวกให้ถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเผชิญกับปัญหาจราจร ดังนั้น BEM จึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ด้วยการนำมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมาใช้ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ และแนะนำวิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้บริการทุกคน โดยได้จัดทำเป็นโครงการ “Healthy Journey with BEM” เดินทางปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการ อาทิ

  • รณรงค์การป้องกันและดูแลสุขภาพการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะอยู่ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อสุขอนามัยของส่วนรวม
  • จัดจุดคัดกรองผู้โดยสารด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง กรณีบุคคลมีไข้สูงตั้งแต่ 37.5  องศาเซลเซียส หรือมีอาการไอ จาม มีน้ำมูก หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ จะขอความร่วมมือให้งดเดินทาง และไปพบแพทย์
  • ให้บริการแอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือในทุกสถานี รวมกว่า 800 จุด โดยจัดวางไว้ตามจุดต่าง ๆ เช่น จุดตรวจสัมภาระ ห้องออกบัตรโดยสาร ทางเข้า-ออก Metro Mall เป็นต้น
  • เน้นย้ำมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม ให้มีการรักษาระยะห่างทั้งภายในสถานีและในรถไฟฟ้า จัดลำดับการเข้าใช้บริการเป็นกลุ่ม เพิ่มความถี่และเสริมขบวนรถในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อลดความแออัด
  • เพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการสัมผัสกับผู้ใช้บริการบ่อย ๆ เช่น เครื่องออกตั๋วโดยสาร ห้องจำหน่ายตั๋ว ราวจับบันได บันไดเลื่อน ประตูเก็บค่าโดยสาร เก้าอี้นั่งคอย ลิฟต์โดยสาร เป็นต้น รวมถึงเพิ่มการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในขบวนรถไฟฟ้าก่อนให้บริการและหลังปิดให้บริการทุกวัน โดยระหว่างวัน เน้นการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณจุดสัมผัสร่วมกัน เช่น ราวจับภายในขบวนรถ เก้าอี้นั่งโดยสาร ที่จับบริเวณประตูขบวนรถ เป็นต้น
  • เช็ดทำความสะอาดเหรียญโดยสาร (Token) ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนนำไปหมุนเวียนใช้งานในสถานี
  • สนับสนุนการลดสัมผัสเงินสดด้วยการใช้บัตรโดยสาร 1 ท่าน 1 ใบ และรณรงค์ให้ผู้ใช้บริการเติมเงินผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อลดการสัมผัสผ่านแอพพลิเคชั่น True Wallet และ Krung Thai Next

นอกจากนั้นยังเพิ่มมาตรการเสริมในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างหนัก ได้แก่

  • เพิ่มการทำความสะอาดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ช่วงเวลาเร่งด่วนในขบวนรถไฟที่ปลายทางสถานีหลักสอง ท่าพระ และเตาปูน และทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่สถานีปลายทางระหว่างให้บริการด้วยพนักงาน
  • จ้างพนักงานชั่วคราวเสริมเป็นกรณีพิเศษ ทำหน้าที่ช่วยดูแลทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ทั้งภายในสถานีและในขบวนรถไฟฟ้า อีกทั้งยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ว่างงาน ขาดรายได้    ให้สามารถพอประคับประคองตัวผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้ด้วยดี

ห่วงใยทุกระดับ

นอกจากความปลอดภัยของผู้ใช้บริการแล้ว BEM ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานภายในองค์กร ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการรับผิดชอบสังคมในอีกมิติหนึ่ง ด้วยมาตรการที่ครอบคลุม ดังนี้

  • ตรวจคัดกรองพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำสถานี เจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟฟ้า พนักงานรักษาความสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย ตลอดจนผู้รับเหมา และผู้ค้าทุกรายที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ระบบรถไฟฟ้า ทุกวัน ทุกผลัด ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนการปฏิบัติงาน หากมีไข้สูงตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้พบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที
  • ให้พนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีผู้โดยสารหนาแน่นสวมใส่หน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมืออยู่เสมอ ตลอดจนเช็ดถูทำความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
  • ออกข้อปฏิบัติสำหรับพนักงานและผู้รับเหมาให้ทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ให้พนักงานงดเดินทางไปยังกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง ตลอดจนเฝ้าติดตามสถานการณ์ และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อพร้อมปรับมาตรการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

จับมือภาคี มอบสิ่งดี ๆ สู่สังคม

อย่างไรก็ดี ด้วยนโยบายของ BEM ที่เชื่อว่าการที่ทุกคนมีสุขภาพที่ดีจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้สังคมมีความสุข จึงทำให้ความห่วงใยดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT หรือในองค์กรเท่านั้น แต่ได้มีการต่อยอดโครงการ “Healthy Journey with BEM” ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคมด้วยการแจกหน้ากากผ้า 1 ล้านชิ้น แทนความห่วงใย ขอบคุณจากใจ ให้กับผู้โดยสารรถไฟฟ้า และมอบให้กับหน่วยงานภาครัฐ บุคคลากรทางการแพทย์ และชุมชนโดยรอบรถไฟฟ้า กว่า 170 หน่วยงาน  

ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดกิจกรรม “Big Cleaning” ทำความสะอาดทั้ง 53 สถานี เพื่อสร้างปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการใช้บริการ และจัดพนักงานจิตอาสาร่วมทำความสะอาด

และที่เพิ่งผ่านพ้นไปล่าสุดกับการเป็นส่วนหนึ่งในงาน “HEALTH CARE 2020” สนับสนุนคนไทยร่างกายแข็งแรง มอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ฟรี! ให้แก่ผู้ร่วมงานและผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 500เข็ม  

พร้อมเคียงข้างทุกการเดินทาง

ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงเห็นและสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบความปลอดภัยและประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้ประชาชนของ BEM ทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในสถานี และการต่อยอดความร่วมมือทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทำช่วยป้องกันและการลดการแพร่กระจ่ายของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ คือ ความร่วมมือ ร่วมใจ เป็นอย่างดีจากผู้ใช้บริการรวมถึงคนไทยทั้งประเทศ ในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยของทั้งตนเองและสังคมส่วนรวม 

และแม้ปัจจุบัน ประเทศไทยจะคลายล็อกดาวน์ จนทำให้หลายภาคส่วนของประเทศสามารถฟื้นตัว และกลับมาดำเนินชีวิตได้เกือบเหมือนเดิมทุกประการ แต่ BEM ก็ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และมุ่งมั่นรักษามาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้นต่อไป เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่า มาตรการรักษาความสะอาดในระบบรถไฟฟ้า MRT จะช่วยป้องกัน ลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลงได้ และพร้อมสร้างความอุ่นใจให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง 

“BEM ขอขอบคุณคนไทยจากหัวใจ และพร้อมอยู่เคียงข้างทุกการเดินทาง”

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 21, 2020 at 10:00AM
https://ift.tt/2ZWVjwR

BEM ขอบคุณคนไทยการ์ดไม่ตก พร้อมลุยต่อ “สร้างความมั่นใจ-ปลอดภัย-เคียงข้างทุกการเดินทาง” - ประชาชาติธุรกิจ
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

ท่องเที่ยวเอเชีย ยุคโควิด อยู่รอดได้ ต้อง 'เที่ยวด้วย คุมโรคด้วย' - thebangkokinsight.com

oleholah.blogspot.com

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีจุดเริ่มต้นจากจีน ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วโลก จนทำให้ต้องมีการออกมาตรการควบคุม และป้องกัน ในความพยายามที่จะสกัดการระบาด สถานการณ์ที่พลิกโฉมหน้าของ “ท่องเที่ยวเอเชีย”  ไปตลอดกาล

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ทั่วเอเชียจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ประเทศต่างๆ ปิดพรมแดนของตัวเอง ไม่ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา ส่งผลให้ โรงแรมต่างๆ ในไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวรายใหญ่สุดอันดับ 4 ของโลก อยู่ในสภาพที่ซบเซาอย่างหนัก

ท่องเที่ยวเอเชีย

แต่ “บรูโน ฮูเบอร์” ผู้ที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้จัดการโรงแรมที่มีความสุขที่สุดในกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดที่แยบยลในการปรับ “เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท” โรงแรมระดับ 4.5 ดาวให้เข้ากับยุคสมัยโควิด-19 และในปัจจุบัน โรงแรมหรูหราแห่งนี้ ก็เป็น 1 ในสถานที่กักตัว ซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก

“คุณจะเรียกผมว่าผู้คุมเรือนจำก็ได้นะ” ฮูเบอร์กล่าวแบบขำๆ ก่อนจะอธิบายอย่างจริงจังว่า เป็นวิธีการเพียงอย่างเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ ที่จะทำให้เขาสามารถจ้างพนักงานต่อ และทำให้โรงแรมอยู่รอดได้

แขกที่จะมาเข้ากักตัวในโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา และนักธุรกิจ ฐานะดี ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศนั้น จะต้องผ่านการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้ผลเป็นลบ 2 ครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 60,000 บาท สำหรับการเข้าพักเพียงลำพัง ในห้องแบบดีลักซ์นาน 2 สัปดาห์ โดยฮูเบอร์ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ แขกที่เข้ากักตัวในโรงแรม ไม่มีใครที่ตรวจพบว่าติดเชื้อเลย

ผู้จัดการโรงแรมรายนี้ มองบทบาทใหม่ของเขาว่า เป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในอุตสาหกรรมโรงแรม และบริการ 

ท่องเที่ยวเอเชีย
บรูโน ฮูเบอร์

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไทยได้กลายมาเป็นต้นแบบ ของหลายประเทศในเอเชีย ที่พยายามจำลองความสำเร็จในด้านการท่องเที่ยวของไทย ประเทศที่ใช้เวลา 30 ปีที่ผ่านมา พลิกตัวเองจากการเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวแบ็คแพคเกอร์ ให้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว 5 อันดับแรกของโลก และมีผู้เดินทางเข้าประเทศสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2562 เกือบ 40 ล้านคน เพราะ การท่องเที่ยว ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอย่างหนึ่ง ในการสร้างงานของเอเชีย

สภาการท่องเที่ยว และเดินทางโลก ประเมินว่า ตำแหน่งงานใหม่ 1 ตำแหน่งในทุกๆ 3 ตำแหน่ง ที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีล่าสุดมานี้ เกิดจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และภาคธุรกิจนี้ ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างทวีคูณ โดยเงินแต่ละดอลลาร์ ที่ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวนั้น ช่วยสร้างการใช้จ่ายเพิ่มเติมมากขึ้นหลายเท่า จากการที่นักท่องเที่ยวไปช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก และรับประทานอาหาร ตามร้านต่างๆ

ท่องเที่ยวเอเชีย

แต่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ตกอยู่ในภาวะก้าวถอยหลังอย่างหนัก เช่น การเดินทางทางอากาศ ที่ลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ เนื่องจากการควบคุมการเดินทางอย่างเข้มงวดยังคงดำเนินต่อไป

ข้อมูลจาก เอสทีอาร์ ผู้ให้บริการข้อมูลอุตสาหกรรมโรงแรม ยังแสดงให้เห็นว่า ช่วง 1 ปี นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 – มิถุนายน 2563 อัตราการเข้าพักโรงแรมในเอเชียร่วงลง 43% เหลือ 38%

ส่วนสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) ประเมินว่า จะต้องรอจนถึงปี 2567 กว่าที่การเดินทางทางอากาศจะฟื้นตัวขึ้นมาจากวิกฤติ การคาดการณ์ที่ผู้สังเกตการณ์หลายคน ชี้ว่า เป็นการมองในแง่ดีเกินไป

ปัจจุบัน การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจเอเชียเติบโตขึ้นอย่างทวีคูณนั้น กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางทางตรงกันข้าม โดยรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่หายไปทุกๆ 1 ล้านดอลลาร์นั้น อาจทำให้รายได้ของประเทศต่างๆ ลดลงราว 2-3 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากผลกระทบที่ต่อเนื่อง ไปถึงภาคธุรกิจอื่น ที่จัดหาสินค้าและบริการที่นักท่องเที่ยวต้องการ

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) คาดการณ์ว่า การล่มสลายอย่างกะทันหันของการท่องเที่ยวทั่วโลกอาจทำให้เกิดความสูญเสียสูงสุดถึง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ หรือเทียบเท่ากับ 4.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก ถ้านำผลกระทบที่เกิดจากธุรกิจอื่น ที่เกี่ยวข้องมานับรวมด้วย และตัวเลขความสูญเสียนี้ จำกัดเฉพาะกรณีที่ขาลงของอุตสาหกรรมกินเวลาเพียง 12 เดือนเท่านั้น

ธุรกิจท่องเที่ยว ในเกือบทุกประเทศ พยายามรับมือกับพายุวิกฤตินี้ ด้วยการหาวิธีอยู่รอดของตัวเอง มาใช้ควบคู่กับการสนับสนุนจากรัฐบาล

อิมติแอซ มัคบิล บรรณาธิการ Travel Impact Newswire จดหมายข่าวด้านการท่องเที่ยว ชี้ว่า หากมองในด้านบวก จะพบว่า พื้นฐานของการท่องเที่ยว และการเดินทาง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใด ผู้คนยังต้องการเดินทางอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน ร้านอาหาร โรงแรม สวนสนุก หรือศูนย์ประชุม ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งรายได้หลัก คนหนุ่มสาวต้องการงาน รัฐบาลก็ต้องการรายได้จากภาษี

เพียงแต่ว่า อุตสาหกรรมจำเป็นต้องประเมินสภาพตลาดแต่ละส่วน ประเมินสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจ และเริ่มปรับตัวให้เข้ากับวิธีการใหม่ๆ ทั้งด้านการจัดจำหน่าย ทำการตลาด และเทคโนโลยีการชำระเงิน

ท่องเที่ยวเอเชีย

อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีความชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในแบบที่ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

ภาวะเศรษฐกิจที่ดิ่งลงอย่างหนัก ทำให้ประเทศที่เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง จำเป็นต้องมานั่งคำนวณว่า จะสามารถยอมรับจำนวนผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มากน้อยเท่าใด เพื่อแลกกับการที่จะเปิดประเทศรับนักเดินทางจากต่างประเทศ

แม้เวลาในการกักโรค 14 วัน จะทำให้นักเดินทางระหว่างประเทศไม่อยากที่จะเดินทางเข้ามา แต่ทางเลือกอื่นๆ ก็ดูมืดหม่นเช่นกัน เพราะมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยว จะพากันหลีกหนีจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เกาะบาหลี ของอินโดนีเซีย หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเอเชีย ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่กำลังพยายามที่จะเดินหน้าใน 2 เป้าหมายที่เข้ากันยากมาก คือ การหลีกเลี่ยงการระบาดของเชื้อไวรัส ควบคู่ไปกับการยับยั้งภาวะล่มสลายทางเศรษฐกิจ จากการท่องเที่ยว ตัวทำรายได้หลักเพียงอย่างเดียวของเกาะ ที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ

ภาวะเศรษฐกิจที่ใกล้ล่มสลาย ทำให้ วายัน คอสเตอร์ ผู้ว่าการเกาะบาหลี ประกาศเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงการค่อยๆ เปิดเกาะ โดยสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยว ที่เป็นคนบนเกาะก่อน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากนั้นในวันที่ 31 กรกฎาคม ทั้่งเกาะได้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ต่างๆ ในอินโดนีเซีย

การทดลองทำนองเดียวกับที่บาหลี กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วเอเชีย ซึ่ง เจสเปอร์ พาล์มควิสต์ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิค ของเอสทีอาร์ บอกว่า การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในขณะนี้ คือ การฟูมฟัก และสร้างการเติบโตในการเดินทางภายในท้องถิ่น และระดับภูมิภาค

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 21, 2020 at 06:06AM
https://ift.tt/2ZUKZoU

ท่องเที่ยวเอเชีย ยุคโควิด อยู่รอดได้ ต้อง 'เที่ยวด้วย คุมโรคด้วย' - thebangkokinsight.com
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Saturday, September 19, 2020

ข้อควรรู้ของการชุมนุมในการเดินทางสู่ความฝันด้วยความปลอดภัย - thestandard.co

oleholah.blogspot.com

วันนี้ (20 กันยายน) หากเป็นไปตามแผนของกลุ่มแกนนำ #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร จะมีการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางออกจากบริเวณสนามหลวงไปยังทำเนียบรัฐบาล  


ผมกดดูเส้นทางใน Google Mapa ที่จะเดินเท้าผ่านถนนราชดำเนินใน-กลาง-นอก รวมเป็นระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร พร้อมคำนวณให้ด้วยว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยใช้อัตราเร็วในการเดินเท้าของมนุษย์ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ในความเป็นจริงคาดว่าใช้เวลานานกว่านั้น เพราะอัตราเร็วนี้ (คิดเป็น 1.4 เมตรต่อวินาที น่าจะเห็นภาพชัดขึ้น) อาจเร็วไปสำหรับการเดินขบวน และอาจมีฝนตกร่วมด้วยระหว่างเส้นทาง ผมอยากชวนผู้ชุมนุมคิดว่าระหว่างการเดินทางน่าจะมีความเสี่ยงอะไรบ้างที่จะเกิดขึ้น และสามารถป้องกันได้อย่างไร 

ความเสี่ยงระหว่างการเดินเท้า

ถ้ามองด้วยกรอบความคิดที่แพทย์ใช้เป็นประจำ ความเสี่ยงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือโรคติดเชื้อและอุบัติเหตุ โดยโรคติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรคฉี่หนู เพราะอาจเดินผ่านบริเวณที่มีน้ำขังซึ่งมีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และหากผิวหนังของเรามีบาดแผลก็จะเป็นช่องทางในการติดเชื้อได้ วิธีการป้องกันคือหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ และหากมีแผลก็ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ยาแบบกันน้ำได้

ส่วนอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้จากทั้งผู้ชุมนุมเอง เช่น ข้อเท้าพลิก หรือจากการควบคุมการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ สาเหตุแรกควรป้องกันด้วยการเดินอย่างระมัดระวัง สังเกตลักษณะทางเดิน และคนที่เดินนำหน้าเรา หากเกิดอุบัติเหตุ ควรประเมินอาการเบื้องต้นว่าสามารถเดินลงน้ำหนักได้หรือไม่ ถ้า ‘ไม่ได้’ ควรขอความช่วยเหลือเพื่อให้พาไปยังหน่วยปฐมพยาบาล

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับข้อเท้าพลิกมีหลักการเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘RICE’ คือ Rest พัก แยกออกมานั่งพักข้างทางก่อน, Ice ประคบเย็นด้วยผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งหรือเจลประคบเย็น, Compression รัดด้วยผ้ายืด และ Elevation ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงขึ้นเพื่อลดอาการบวม หากยังมีอาการปวดมากควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการอีกครั้ง

ในขณะที่สาเหตุที่สองจากการควบคุมการชุมนุมของเจ้าหน้าที่จะต้องเริ่มจากการสำรวจความพร้อมก่อน อย่างแรกคือ ‘สติ’ เพราะสถานการณ์จริงอาจชุลมุนวุ่นวายที่ทำให้ตกใจจนไม่มีสติ อย่างที่สองคือ ‘สุขภาพ’ หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหืด ควรร่วมกิจกรรมอื่นแทน และอย่างที่สามคือ ‘น้ำดื่ม’ หรือน้ำสะอาดสำหรับล้างสารเคมี

ที่สำคัญคือ ‘การตรวจสอบข่าวลือ’ ที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่

หากมีการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแสบตา ไอ หายใจลำบาก ผื่นแดงที่บริเวณผิวหนัง ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน ข้อปฏิบัติหากสัมผัสคือ

  1. ตั้งสติ 
  2. อย่าจับใบหน้าหรือขยี้ตา เพราะมืออาจเปื้อนสารเคมี 
  3. ใช้น้ำสะอาดที่พกมาล้างตาและกลั้วคอ 
  4. หากใส่คอนแทคเลนส์อยู่ให้เอาออกทันที 
  5. ถอดเสื้อชั้นนอกที่เปื้อนสารเคมีออก หรือเปลี่ยนเป็นชุดสะอาด

นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น โรคลมแดด หรือฮีตสโตรกจากการอยู่ในสภาพที่มีอากาศร้อนเป็นเวลานาน อาการมักเริ่มต้นจากอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ควรป้องกันด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แต่ช่วงนี้มีฝนตก จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันฝนรวมถึงหน้ากากอนามัยสำรองไว้เปลี่ยนเมื่อเปียกชื้นด้วย

ระบบบัดดี้ระหว่างการทำกิจกรรม

ผู้ชุมนุมควรใช้ ‘ระบบบัดดี้’ ซึ่งเป็นการจับกลุ่ม 2-3 คนในการดูแลกันและกัน โดยบัดดี้จะต้องทราบข้อมูลที่จำเป็นของสมาชิกคนอื่น ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อญาติกรณีฉุกเฉิน และโรคประจำตัว คอยเช็กว่าแต่ละคนยังเกาะกลุ่มอยู่ และให้ความช่วยเหลือหากคนใดคนหนึ่งบาดเจ็บหรือเกิดเหตุที่ต้องการความช่วยเหลือ 

วันนี้ ถ้าเป็นไปตามอย่างที่ทุกฝ่ายคาดหวังว่าผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่จะมีความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เหตุการณ์จะหยุดอยู่แค่การ ‘ป้องกัน’ โรคเท่านั้น แต่ถ้ากลับตรงกันข้าม สิ่งที่ตามมาคือการ ‘ปฐมพยาบาล’ ซึ่งหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญที่สุดคือ ‘1669’ ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินครับ

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 20, 2020 at 12:58AM
https://ift.tt/3iNSiGm

ข้อควรรู้ของการชุมนุมในการเดินทางสู่ความฝันด้วยความปลอดภัย - thestandard.co
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Thursday, September 17, 2020

พรุ่งนี้ เดินทางจากไทยไปอังกฤษ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน - ประชาชาติธุรกิจ

oleholah.blogspot.com
อังกฤษให้คนเดินทางจากไทยไม่ต้องกักตัว
File Photo (Photo by Adrian DENNIS / AFP)

อังกฤษอนุญาตให้ผู้เดินทางจากประเทศไทย ไม่ต้องกักตัว 14 วัน เริ่มพรุ่งนี้เป็นต้นไป 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 เว็บไซต์รัฐบาลอังกฤษ ได้ปรับ คำแนะนำในการเดินทาง สำหรับนักเดินทางจากประเทศไทย ระบุว่า ผู้ที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศอังกฤษนั้น ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้ว

นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าว ยังระบุว่า ประเทศไทยได้รับการยกเว้น จากข้อแนะนำสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ที่ไม่จำเป็น ของสำนักงานต่างประเทศเครือจักรภพและการพัฒนา (เอฟซีดีโอ) บนพื้นฐานของการประเมินความเสี่ยงของเชื้อโควิด-19

นับตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน ประเทศไทย จะถูกบรรจุในรายชื่อ ประเทศที่ไม่ต้องมีการกักตัว หลังเดินทางกลับสู่อังกฤษ

นอกจากอังกฤษแล้ว บีบีซีไทย รายงานว่า ยังมี สกอตแลนด์ และ เวลส์ ที่ได้เพิ่มไทยและสิงคโปร์เข้าบัญชี ประเทศที่นักเดินทางเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านการกักตัว 14 วัน เริ่มตั้งแต่ 04:00 น.วันที่ 19 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 10:00 น. ตามเวลาในไทย)

สำหรับผู้ที่เดินทางจากประเทศ ที่ไม่อยู่ในบัญชียกเว้น ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน มิฉะนั้น จะปรับเป็นเงิน 1 พันปอนด์ หรือประมาณ 4 หมื่นบาท ในอังกฤษ เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ หรือ 480 ปอนด์ ในสกอตแลนด์

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 18, 2020 at 10:11AM
https://ift.tt/3mvqEAg

พรุ่งนี้ เดินทางจากไทยไปอังกฤษ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน - ประชาชาติธุรกิจ
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Tuesday, September 15, 2020

สิงคโปร์กระตุ้นท่องเที่ยวในปท. คาดสร้างรายได้ 2.5 พันล้านดอลล์ในปีนี้ - efinanceThai

oleholah.blogspot.com

  สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การท่องเที่ยวสิงคโปร์เตรียมให้ความสนใจการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังยังคงจำกัดการเดินทางเข้าประเทศเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19

  นายชาลี มาห์ ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์กล่าวว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการที่สิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวภายในประเทศมากเท่าที่ควร สิ่งที่่กำลังพยายามดำเนินการอยู่ในขณะนี้่ คือการกระตุ้นให้ประชาชนสิงคโปร์หันมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น

  นายมาห์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับเป้าหมายของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ในเวลานี้คือการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศให้ได้ 3.4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (2.5 พันล้านดอลลาร์) ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็น 10% ของยอดการใช้จ่ายของประชาชนสิงคโปร์ที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในปีที่แล้ว

  ทั้งนี้การท่องเที่ยวสิงคโปร์เริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่งหลังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศในเดือนม.ค.มากถึง 1.69 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ซึ่งมียอดนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.62 ล้านคน แต่หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ทำให้สิงคโปร์ใช้มาตรการที่เข้มงวดในการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศซึ่งส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวในช่วงระหว่างเดือน ก.พ. - ส.ค.ลดลงไปมากถึง 99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 16, 2020 at 10:49AM
https://ift.tt/3kkXbqJ

สิงคโปร์กระตุ้นท่องเที่ยวในปท. คาดสร้างรายได้ 2.5 พันล้านดอลล์ในปีนี้ - efinanceThai
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

ชีวิตและการเดินทางของ “สมเด็จ สุสมบูรณ์” ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาสใหม่ๆ เสมอ - มติชน

oleholah.blogspot.com

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว ในส่วนของภาครัฐก็ต้องปรับเพื่อสามารถช่วยเหลือภาคเอกชน และประชาชนได้มากขึ้น หนึ่งในหน่วยงานที่มีการปรับเปลี่ยนการทำงานต่างๆ อย่างชัดเจน และโดดเด่นต้องยกให้กับ “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” ซึ่งจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ส่งผลให้การจัดงานแสดงสินค้า หรือการเจรจาการค้าต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบ “ออนไลน์” เพื่อสอดรับกับ New Normal ชีวิตวิถีใหม่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

เบื้องหลังความสำเร็จ และเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญต้องยกให้กับ “สมเด็จ สุสมบูรณ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ที่มีการยกเครื่องการทำงานในหลากหลายด้านเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยได้อย่างทันท่วงที

ย้อนกลับไป อธิบดีสมเด็จ เข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 หรือเกือบครบ 1 ปี เรียกได้ว่าหลังรับตำแหน่งไม่นาน ก็ต้องมาเจอกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเขาพยายามทลายอุปสรรคต่างๆ ไม่แปลกที่ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน DITP จะยังคงมีกิจกรรมและโครงการต่างๆ ออกมาต่อเนื่อง ไม่ขาดสาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่งาน หรือกิจกรรมต่างๆ ของกรมฯ ล้วนต้องเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเอกชนอยู่ตลอดเวลา ทั้งรายเล็กรายใหญ่ ทำให้เขาในฐานะแม่ทัพใหญ่ของกรม นอกจากต้องปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ยังมุ่งขับเคลื่อนทุกคนใน DITP ให้ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ และต้องปรับตัวให้ทัน

สิ่งนี้ไม่เพียงเกิดขึ้นในการทำงานของกรมฯ แต่ทุกครั้งที่เขามีโอกาสพบเจอผู้ประกอบการ ก็จะให้กำลังใจเช่นนี้โดยตลอด

“ผมมองว่าไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร การพัฒนาตนเองถือว่าสำคัญที่สุด เมื่อเราสามารถทำตัวของเราให้เป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ มีความสามารถแล้ว ผมเชื่อมั่นเลยว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์อะไร คุณก็สามารถปรับตัวได้เสมอ”

ความเชื่อดังกล่าว ถือคติการทำงานของเขา ซึ่งถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา และเขายังคงจดจำและใช้เป็นหลักในการทำงานจนถึงทุกวันนี้

“ตอนสมัยเป็นนักศึกษา มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า จริงๆ แล้วตัวเราเองเปรียบเสมือนเป็นสินค้าตัวหนึ่ง ถ้าเราไม่รู้จักอัพเดท เรียนรู้ หรือพัฒนาตัวเราตลอดเวลา เราก็จะกลายเป็นสินค้าที่ไร้คุณค่า เป็นสิ่งที่ผมจำมาตลอด และอยากถ่ายทอดต่อไปว่า ต้องมีการพัฒนาตัวเรา หรือในที่นี้หมายถึงผู้ประกอบการ ให้สามารถยืนหยัด ฝ่าฟัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตอย่างไรก็สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง”

นอกเหนือจากภารกิจต่างๆ ของกรมฯ ยามว่างจากภารกิจต่างๆ อธิบดีสมเด็จ มักใช้เวลาว่างไปกับการเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์ หรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ เขาเล่าว่า ในวันหยุด หากไม่มีภารกิจอะไร ส่วนใหญ่ก็จะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เพราะการไปท่องเที่ยว ก็เหมือนไปทำงานด้วย

“สมเด็จ” เล่าว่า หลายครั้งไอเดียดีๆ หรือความคิดอันแสนบรรเจิด ก็เกิดขึ้นระหว่างที่เขานั่งรถ หรือเดินเท้าไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการทำงานได้เป็นอย่างดี

“หลายครั้งผมคิดอะไรไม่ออก ก็จะวิธีนั่งรถ หรือนั่งบีทีเอส ดูบรรยากาศ ดูการใช้ชีวิตของผู้คน และหลายครั้งความคิดดีๆ ก็เกิดขึ้นจากตรงนั้น”

เมื่อบวกกับความที่ชื่นชอบงานด้านการตลาด และเรื่องแบรนด์ดิ้งเป็นทุนเดิม ยิ่งทำให้เขาสามารถนำสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการทำงานกับภาคเอกชน และขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของกรมฯ ได้อย่างลงตัว

นอกเหนือจากนั้น “สมเด็จ” มองว่า ความที่เขาเป็นลูกหม้อของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้การทำงานทุกวันนี้ขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี เพราะนอกจากเรื่องความสัมพันธ์กับคนในกรมฯ ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ความเป็นพี่เป็นน้องแล้ว การทำงานในกรมฯ มานาน เป็นข้อได้เปรียบให้เขาเห็นถึงความเป็นมา เป็นไปต่างๆ รู้ว่าจุดไหน เป็นจุดอ่อนที่ต้องเสริม หรือสิ่งใดเป็นจุดแข็งของกรมฯ ที่สามารถต่อยอดต่อไปได้

ถึงวันนี้ในบทบาทของอธิบดี เขาย้ำว่า สิ่งที่เป็นเป้าหมายในการบริหารงานทุกวันนี้คือ การพัฒนาและส่งเสริมใน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้ การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาด การส่งเสริมการทำตลาดในต่างประเทศผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และการพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีขีดสมรรถนะเพื่อการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน

โดยยึดหลัก 3 เรื่องคือ ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาส ด้านการค้าระหว่างประเทศใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการของไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการในการพัฒนา ปรับตัว ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

สิ่งนี้เป็นความมุ่งมั่น ตั้งใจของ “สมเด็จ สุสมบูรณ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ต้องการยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

เป็นเป้าหมายที่เขาต้องการขับเคลื่อนคนทั้งองค์กรให้มีความคิด และมุ่งมั่นแบบเดียวกัน เพื่อเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จนี้ด้วยกัน

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 16, 2020 at 09:52AM
https://ift.tt/33wxgFT

ชีวิตและการเดินทางของ “สมเด็จ สุสมบูรณ์” ตั้งรับ ปรับตัว และหาโอกาสใหม่ๆ เสมอ - มติชน
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

ทำงานที่บ้านดีไหม - โพสต์ทูเดย์ คอลัมนิสต์การเงิน-หุ้น - โพสต์ทูเดย์

oleholah.blogspot.com

ทำงานที่บ้านดีไหม

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 08:16 น.

คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสธนาคารกสิกรไทย

ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมา เราได้ปรับตัวกันหลายอย่างมาก การที่ต้องอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ ทำให้เกือบทุกองค์กรต้องปรับตัวกันเป็นให้พนักงานทำงานที่บ้าน วลีฮิตช่วงนั้น คือ work from home มีการจัดกะการทำงานเพื่อลดการเดินทาง ลดความหนาแน่นของพนักงานในสถานที่ทำงาน ตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายมากขึ้น หลายองค์กรเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานเต็มกำลังเหมือนปกติ แต่ก็อีกหลายองค์กรได้เรียนรู้จากสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ทำจากเรื่องโควิด 19 เลยยังทำเรื่อง work from home ต่อ จึงมีคำถามขึ้นมากว่า ต่อให้หมดเรื่องโควิด 19 เราทำงานกันที่บ้านดีไหม หรืออาจจะหมายถึงการทำงานนอกสถานที่ที่ไม่ใช่ที่ทำงานก็ได้นะครับ ลองพิจารณาข้อเท็จจริงกันดูนะครับ เรื่องแรกคือ การเดินทางไปกลับที่ทำงานกับบ้านของคนเมือง นับวันยิ่งสาหัสมากขึ้นไปเรื่อยๆ อีกเรื่องคือ บางครั้งนั่งอยู่ที่ทำงานแต่ก็นั่งคุยกัน ตอบคำถามกัน ให้ข้อมูลกันผ่านทางแอปพลิเคชั่นบนมือถือ จนบางครั้งก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าแล้วเราขับรถมานั่งตอบมือถือที่ทำงานทำไม มีใครเป็นแบบนี้ไหมครับ

เราเสียเวลาไปกับการเดินทางขนาดไหน เพราะพอเลิกงานแล้วกว่าเราจะถึงบ้านก็อีกนาน ถ้าต้องเดินทางไปชั่วโมงครึ่งกลับอีกชั่วโมงครึ่งทุกวัน เท่ากับเราเสียไป 15 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ ซึ่งเกือบสองวันทำการเลยนะครับ

ด้วยความที่เทคโนโลยีได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมาก คนอยู่ต่างสถานที่กัน ยังคุยกันแบบเห็นหน้ากันได้ หรือคุยกันสดๆ ผ่านโปรแกรมแซตได้ เห็นข้อมูลที่นำเสนอไปพร้อมกัน จะเช็คเมลหรือตารางนัดหมายก็สามารถทำได้บนโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ความเชื่อที่ว่าการทำงานที่มีประสิทธิภาพต้องอยู่ในช่วง 8:30 – 17:00 และต้องมานั่งอยู่รวมกันเริ่มเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ที่เขาเติบโตมากับเฟซบุ๊ก และการส่งข้อความหาเพื่อน เขาจะเชื่อในหลักการที่พนักงานต้องมานั่งทำงานพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยกันอยู่อีกไหม

แล้วการทำงานอยู่ที่บ้านกับการมาทำงานที่ทำงาน มีข้อดีข้อเสียกันอย่างไรบ้าง สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ พื้นที่ทำงานที่ออฟฟิศ ยิ่งถ้าบริษัทเราต้องไปเช่าออฟฟิศทำงานด้วย ยิ่งแล้วไปใหญ่ ไหนจะค่าเช่า ค่าโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ค่าน้ำค่าไฟ คิดคร่าวๆ ก็พอมองออกว่า บริษัทจะลดค่าใช้จ่ายไปได้เท่าไร

บริษัทสามารถประหยัดพื้นที่สำนักงานได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่ต้องใช้ในพื้นที่สำนักงาน ส่วนพนักงานก็ประหยัดค่าน้ำมันรถไปเท่าไร และเวลาที่ต้องอยู่บนรถนานๆ อีก เอาเวลาส่วนนั้นมาคิดเรื่องงานให้ดีไหม การเดินทางน้อยลงยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์สู่ชั้นบรรยากาศได้อีก โลกก็ยังได้รับอานิสงส์ไปด้วยเลย สุดท้ายค่าใช้จ่ายบริษัทลด ค่าใช้จ่ายเราลด และยังอนุรักษ์โลกด้วย

ถ้ามันดีแบบนี้แล้วเรากลัวอะไร ทุกคนน่าจะมีคำถามในใจที่เหมือนกันคือ อยู่บ้านจะรู้ได้อย่างไรว่าทำงาน คำถามนี้ถ้าให้ผมตอบ ผมจะตอบกลับด้วยคำถามที่ว่า แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่า ตอนที่เขาอยู่ที่ทำงานนั้น เขาได้ทำงาน คนส่วนใหญ่ยังกลัวว่าถ้าให้ทำงานทางไกล หรือทำงานจากข้างนอก (จะเป็นที่บ้านหรือร้านกาแฟก็ตาม) พวกเขาจะทำงานเต็มที่ไหม ถ้าหัวหน้าไม่ได้จับตาดูอยู่ พวกเขาได้นั่งทำงานตัวตรงอยู่ที่โต๊ะตลอดเวลาไหม แอบหนีไปเล่นเกมหรือเล่นอินเตอร์เน็ตทั้งวันไหม

คือจะบอกว่าถ้าคนเขาจะเล่นเกมหรือเล่นอินเตอร์เน็ตทั้งวัน อยู่ที่โต๊ะทำงานเขาก็เล่นได้ครับ คนเรามีแนวโน้มที่จะลดความสามารถของตัวเองลง เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างมีความคาดหวังที่ต่ำลง ถ้าเราทำงานโดยมีความคิดที่ว่าทีมงานเราจะขี้เกียจ พวกเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้เห็นว่าเขาขี้เกียจอย่างที่เราอยากให้เป็นหรืออย่างที่เรามอง แต่ถ้าเรามองทีมงานเราว่าเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ แม้ว่าเราไม่ได้จับตามองอยู่ พวกเขาก็จะแสดงความสามารถ และแสดงความรับผิดชอบให้สมกับที่เราให้การไว้ใจเขา

แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่ามานั่งทำงานที่ออฟฟิศ จะทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคยเป็นไหม หรือเป็นกันบ่อยไหม เวลานั่งทำงานที่ออฟฟิศจะมีเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาขัดจังหวะตลอดเวลา เคยไหมที่ต้องแอบไปคิดงานในห้องประชุมคนเดียว หรือแอบไปนั่งร้านกาแฟคนเดียว

การทำงานให้ได้เนื้องานจริงๆ ทำได้ยากเมื่อเวลาในหนึ่งวันของคุณถูกแบ่งเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด งานที่สร้างสรรค์ งานที่ต้องใช้ความคิดนิ่งๆ ล้วนต้องการความต่อเนื่องในการคิด โดยปราศจากสิ่งที่จะมารบกวนสมาธิ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากสำหรับออฟฟิศในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการประชุมมากกว่าการลงมือทำ ข้อดีของการนั่งทำงานจากข้างนอกหรือที่บ้านคือ เรามีโอกาสได้นั่งคิดงานตามลำพัง มีสมาธิต่อเนื่องยาวๆ ได้มากขึ้น

แม้ว่าการทำงานนอกออฟฟิศก็อาจจะมีสิ่งต่างๆ รอบกายมาขัดจังหวะได้ เช่น ถ้าทำงานที่บ้าน ก็อาจเปิดโทรทัศน์ หรือร้านกาแฟก็อาจมีโต๊ะข้างๆ เสียงดังรบกวน แต่เราสามารถควบคุมและจัดการกับสิ่งเหล่านั้นเองได้ เช่น หยิบหูฟังมาใส่ เป็นต้น แต่ไม่เหมือนกับที่ทำงาน ที่อาจจะมีเพื่อนร่วมงานเดินมาสะกิดไหล่ถามโน้นถามนี้ ไม่ต้องกลัวจะถูกเรียกเข้าประชุมกะทันหัน ในเรื่องที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าประชุมด้วยซ้ำ

ถ้าเรายังไม่ไว้ใจทีมงานเราว่าอยู่ที่บ้านจะทำงานไหม แล้วทำไมเราถึงยังกล้าไว้ใจให้เขาไปพบลูกค้า ให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ ให้เขียนคำโฆษณา คงจะหมดยุคที่ต้องขับรถมาทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็นแล้วขับรถกลับบ้านแล้ว เพราะสุดท้ายเราจะเห็นเองว่าสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่ทำเงินให้บริษัทคือ ผลงาน ไม่ใช่เข็มนาฬิกา

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 16, 2020 at 08:18AM
https://ift.tt/32wgwPR

ทำงานที่บ้านดีไหม - โพสต์ทูเดย์ คอลัมนิสต์การเงิน-หุ้น - โพสต์ทูเดย์
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

ข้อตกลงสันติภาพของอิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนมีความสำคัญอย่างไรต่อสหรัฐฯ และชาติคู่เจรจา - บีบีซีไทย

oleholah.blogspot.com
  • เจเรมี โบเวน
  • บรรณาธิการข่าวตะวันออกกลาง บีบีซี

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เดินทางขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินประวัติศาสตร์ไปยังยูเออี เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2020 เอาศอกชนกับเจ้าหน้าที่ทางการของยูเออี

ผู้แทนระดับสูงจากอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลงนามในข้อตกลงสันติภาพประวัติศาสตร์ที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ที่ทำเนียบขาวในวันอังคารที่ 15 ก.ย. นี้

กระทรวงการต่างประเทศของบาห์เรนจะเข้าร่วมพิธีลงนามนี้ด้วย และจะลงนามในข้อตกลงปรับความสัมพันธ์กลับสู่ระดับปกติระหว่างบาห์เรนกับอิสราเอล ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมข้อตกลงเหล่านี้จึงมีความสำคัญ

1.ประเทศในอ่าวเปอร์เซียมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

ข้อตกลงนี้เป็นผลดีต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ที่พยายามทำให้ตัวเองเป็นมหาอำนาจทางการทหาร เช่นเดียวกับ เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการทำธุรกิจและการเดินทางมาพักผ่อน

ดูเหมือนว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ช่วยให้มีการบรรลุข้อตกลง โดยการรับปากว่าจะจัดหาอาวุธที่ทันสมัยให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความต้องการมานานแล้วในอดีต อาวุธเหล่านี้รวมถึง เครื่องบินขับไล่ล่องหนเอฟ-35 (F-35) และเครื่องบินรบอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G โกรว์เลอร์ (EA-18G Growler)

ยูเออีเคยส่งกองกำลังที่มีอาวุธครบมือของตัวเองเข้าไปในลิเบียและเยเมนแล้ว แต่ศัตรูตัวฉกาจของยูเออีคือ อิหร่าน ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของอ่าวเปอร์เซีย

นายจาเรด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวที่หน้าเครื่องบินเอลอัล ที่สนามบินอาบูดาบี

อิสราเอลและสหรัฐฯ ก็มีอิหร่านเป็นศัตรู เช่นเดียวกับยูเออี ส่วนบาห์เรนเองก็มีความขัดแยงกับอิหร่านมาก่อนเช่นกัน อิหร่านเคยอ้างว่า บาห์เรนเป็นส่วนหนึ่งของอิหร่านจนถึงปี 1969 ขณะที่ผู้ปกครองบาห์เรนที่เป็นมุสลิมนิกายซุนนี ก็เห็นว่ากลุ่มคนบางส่วนในจำนวนชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ อาจจะเป็นฝ่ายเดียวกับอิหร่านที่ต้องการบ่อนทำลายประเทศ

ทั้งยูเออีและบาห์เรนไม่ได้ปกปิดความสัมพันธ์กับอิสราเอล และต้องการจะทำมาค้าขายกับอิสราเอลอย่างเปิดเผย โดยอิสราเอลเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตสินค้าที่มีความทันสมัยที่สุดในโลก

ในช่วงที่ไม่มีการระบาดของโควิด-19 ชาวอิสราเอลชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อน พวกเขาชอบไปเที่ยวทะเลทราย ชายหาด และศูนย์การค้าต่าง ๆ ของประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ

2.อิสราเอลลดการโดดเดี่ยวตัวเองจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

การปรับความสัมพันธ์กลับคืนสู่ระดับปกติกับยูเออีและบาห์เรน เป็นความสำเร็จที่สำคัญมากของชาวอิสราเอล

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เชื่อมั่นในกลยุทธ์ที่ถูกเรียกในช่วงทศวรรษ 1920 ว่า "กำแพงเหล็ก" (Iron Wall) กั้นระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับ

แนวคิดนี้เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความแข็งแกร่งของอิสราเอลจะทำให้ชาติอาหรับตระหนักว่า ทางเลือกเดียวที่มีอยู่คือ การยอมรับการมีอยู่ของอิสราเอล

ชาวอิสราเอล ไม่ชอบการถูกโดดเดี่ยวในตะวันออกกลาง สันติภาพกับอียิปต์และจอร์แดนไม่เคยสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจให้กับอิสราเอล แต่ชาวอิสราเอลหวังว่าจะสร้างความสัมพันธ์ในอนาคตกับชาติในอ่าวเปอร์เซียที่อยู่ห่างไกลจากนครเยรูซาเลมและดินแดนที่อิสราเอลยึดครองอยู่มากกว่า

การกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มพันธมิตรต่อต้านอิหร่านเป็นข้อดีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นายเนทันยาฮู เห็นว่าอิหร่านเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของอิสราเอล หลายครั้งที่มีการเปรียบเปรยผู้นำอิหร่านว่าเป็นนาซี เขาเลิกตำหนิถึงข้อตกลงอาวุธที่อาจจะเกิดขึ้นกับยูเออี

นอกจากนี้ นายเนทันยาฮูกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ทั้งการเผชิญกับการไต่สวนข้อกล่าวหาทุจริตที่อาจจะทำให้เขาถูกจำคุก การรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มต้นด้วยดีและกลับเลวร้ายลง ผู้ต่อต้านเขาจัดการประท้วงเป็นรายสัปดาห์ที่ด้านนอกที่พักของเขาในนครเยรูซาเลม

พิธีลงนามที่จัดขึ้นที่ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ นี้ไม่อาจที่จะรีรอต่อไปได้

3.ความสำเร็จครั้งใหญ่ด้านนโยบายต่างประเทศที่ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างได้

ข้อตกลงนี้ส่งผลดีต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในหลายระดับ

มันเป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์ "เพิ่มแรงกดดันสูงสุด" ต่ออิหร่าน ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากนี้ยังช่วยส่งผลดีในช่วงปีนี้ที่มีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วย เพราะนายทรัมป์ก็สามารถอ้างได้ว่า เขาเป็นนักเจรจาต่อรองที่เก่งกาจที่สุดในโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ หลังการประกาศว่า อิสราเอล และยูเออี เห็นชอบปรับระดับความสัมพันธ์สู่ระดับปกติแล้ว 13 ส.ค. 2020

ทุกสิ่งที่เขาทำที่เป็นผลดีต่ออิสราเอล หรือหากจะเจาะจงลงไปก็คือ รัฐบาลนายเบนจามิน เนทันยาฮู ก็จะช่วยให้เขาได้คะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งที่เป็นคริสเตียนอีวานเจลิคัล (Christian Evangelical) ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของเขาส่วนหนี่ง

แนวร่วม "เพื่อนอเมริกา" ต่อต้านอิหร่าน อาจจะดำเนินไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ถ้าชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเปิดกว้างมากขึ้นในด้านความสัมพันธ์กับอิสราเอล แทนที่จะปิดกั้นตัวเอง

สิ่งที่เรียกว่า "ข้อตกลงแห่งศตวรรษ" ของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ล้มเหลว

แต่ "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) ซึ่งเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและยูเออี เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง และรัฐบาลของนายทรัมป์เห็นว่า เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้านนโยบายต่างประเทศ

4.ชาวปาเลสไตน์รู้สึกว่าถูกหักหลัง

เป็นอีกครั้งที่ชาวปาเลสไตน์ถูกเพิกเฉย พวกเขาประณามข้อตกลงอับราฮัมว่าเป็นการทรยศ ข้อตกลงใหม่นี้ละเมิดฉันทามติของอาหรับที่มีมายาวนานว่า การปรับความสัมพันธ์เป็นปกติกับอิสราเอลต้องแลกมากับเอกราชของปาเลสไตน์

แต่ตอนนี้ อิสราเอลกำลังจะกระชับความสัมพันธ์อย่างเปิดเผยกับชาติอาหรับหลายชาติ ขณะที่ปาเลสไตน์ยังต้องดิ้นรนต่อสู้ภายใต้การยึดครองในเยรูซาเลมตะวันออกและในเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงฉนวนกาซาที่เปรียบเหมือนกับเรือนจำเปิดด้วย

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยัน มกุฎราชกุมารของอาบูดาบี ซึ่งเป็นผู้ปกครองในทางพฤตินัยของยูเออี ตรัสว่า สำหรับพระองค์ ราคาของข้อตกลงนี้ คือ การที่อิสราเอลยอมยุติการผนวกพื้นที่ส่วนใหญ่ในเขตเวสต์แบงก์

มาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีของทางการปาเลสไตน์ วางมือลงบนหัว ระหว่างการประชุมผู้นำปาเลสไตน์ 18 ส.ค. 2020

นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอล ดูเหมือนถอยห่างออกมาจากการผนวกพื้นที่เหล่านี้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เพราะมีแรงกดดันอย่างมากจากนานาประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เสนอทางออกให้กับเขาจากสิ่งที่กลายเป็นทางตันทางการเมืองที่น่ากระอักกระอ่วนใจ

ความกระวนกระวายใจของปาเลสไตน์จะเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อบาห์เรนได้เข้าร่วมข้อตกลงด้วย

เรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้าซาอุดีอาระเบียไม่เห็นชอบด้วย ซาอุฯ เป็นผู้ร่างแผนสันติภาพอาหรับที่เรียกร้องเอกราชให้ปาเลสไตน์

สถานะของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานในฐานะผู้พิทักษ์สถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด 2 แห่งของศาสนาอิสลาม ทำให้พระองค์ทรงมีอำนาจอันยิ่งใหญ่ และพระองค์คงจะไม่ยอมรับอิสราเอลในทันทีทันใด

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พระราชโอรสและองค์รัชทายาทของพระองค์ อาจจะรู้สึกฝืนพระทัยลดลง

5.อิหร่านกำลังมีเรื่องปวดหัวในทางยุทธศาสตร์เรื่องใหม่

ผู้นำของอิหร่านประณามข้อตกลงนี้อย่างเต็มที่

ไม่ใช่แค่ทางคำพูด ข้อตกลงอับราฮัมทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในบรรดาผู้นำของอิหร่าน

การคว่ำบาตรของประธานาธิบดีทรัมป์ก็สร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านมากอยู่แล้ว ตอนนี้ พวกเขายังมีเรื่องปวดหัวในทางยุทธศาสตร์เรื่องใหม่

นักศึกษาอิหร่านจุดไฟเผาธงชาติอิสราเอล ระหว่างการประท้วงด้านนอกสถานทูตยูเออีในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2020

ฐานทัพอากาศที่ตั้งอยู่ในประเทศอิสราเอล ใช้เวลานานกว่าจะส่งเครื่องบินมาถึงอิหร่าน แต่ตอนนี้ ยูเออี ตั้งอยู่เพียงฝั่งตรงข้ามของอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น นั่นจะกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ถ้าพวกเขากลับมาหารือกันเกี่ยวกับการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านอีกครั้ง

อิหร่านพบว่าพื้นที่ในการจัดเตรียมกลยุทธ์ในการสู้รบเริ่มลดลงแล้ว

Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 16, 2020 at 07:29AM
https://ift.tt/3c3PzGm

ข้อตกลงสันติภาพของอิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนมีความสำคัญอย่างไรต่อสหรัฐฯ และชาติคู่เจรจา - บีบีซีไทย
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF

Monday, September 14, 2020

จีนคาดการเดินทาง-รายได้ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ทรุดหนักจากพิษโควิด - อาร์วายที9

oleholah.blogspot.com
จีนคาดการเดินทาง-รายได้ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ทรุดหนักจากพิษโควิด

สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (CTA) เปิดเผยรายงานคาดการณ์ว่า ชาวจีนจะเดินทางภายในประเทศมากกว่า 3.4 พันล้านเที่ยวในปี 2563 ลดลง 43% เมื่อเทียบปีต่อปี

ขณะเดียวกันคาดว่า จีนจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศราว 2.76 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 12.7 ล้านล้านบาท) ในปี 2563 ซึ่งลดลง 52% จากปีก่อน อันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ดี รายงานของ CTA ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจีนกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากชาวจีนกว่า 80% กล่าวว่า พวกเขาเต็มใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.) ของปี 2563 ซึ่งคิดเป็น 90% ของตัวเลขในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562

นอกจากนี้ โรงแรมและจุดชมวิวต่างๆ ของจีน กลับมาเดินหน้าธุรกิจแล้วกว่า 90% ขณะที่บริษัทตัวแทนนำเที่ยวกลับมาดำเนินธุรกิจราว 60% ซึ่งในจำนวนนี้มี 95% ที่เปิดเผยว่า พวกเขามีความมั่นใจต่อการพัฒนาในอนาคต

รายงานระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จีนมีการเดินทางภายในประเทศราว 1.17 พันล้านครั้ง มีรายได้จากการท่องเที่ยว 6.4 แสนล้านหยวน (ราว 2.94 ล้านล้านบาท) ลดลง 62% และ 77% ตามลำดับ เมื่อเทียบเป็นรายปี


Let's block ads! (Why?)



"การเดินทาง" - Google News
September 15, 2020 at 01:02PM
https://ift.tt/2FojOMq

จีนคาดการเดินทาง-รายได้ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้ทรุดหนักจากพิษโควิด - อาร์วายที9
"การเดินทาง" - Google News
https://ift.tt/2XBGrDF